Freshdesk พร้อม Go-live ภายใน 4 สัปดาห์ รองรับลูกค้าได้มากขึ้น ด้วยทีมเดิม

เริ่มปีใหม่ด้วยระบบบริการที่ทุกเคสมีผู้รับผิดชอบ และมีข้อมูลสำหรับพัฒนาคุณภาพงานอย่างต่อเนื่อง

 

เมื่อยอดขายเติบโต งานบริการหลังการขายมักเพิ่มขึ้นตามไปด้วย ทั้งการสอบถามสินค้า การแจ้งปัญหา การเคลม และการติดตามสถานะงาน หากทีมยังต้องค้นอีเมล ส่งต่อข้อความ และถามความคืบหน้ากันเอง เวลาที่ควรใช้แก้ปัญหาให้ลูกค้าจะถูกใช้ไปกับการประสานงาน

 

Freshdesk ช่วยจัดระเบียบงานบริการให้ทีมเห็นเรื่องที่ต้องทำ ผู้รับผิดชอบ และประวัติการติดต่อร่วมกัน ซันเด โซลูชันส์นำแนวทางนี้มาออกแบบเป็นโครงการเริ่มต้นที่สามารถ Go-live ภายใน 4 สัปดาห์ ภายใต้ขอบเขตและความพร้อมที่ตกลงร่วมกัน เพื่อให้องค์กรเริ่มใช้ระบบกับงานจริงก่อนขยายผลในระยะถัดไป

เพิ่มกำลังบริการด้วยการลดเวลาที่สูญเสีย

“รองรับลูกค้าได้มากขึ้น ด้วยทีมเดิม” เริ่มจากการทำให้เจ้าหน้าที่ใช้เวลากับแต่ละเคสได้คุ้มค่าขึ้น เมื่อรับเรื่องเข้าสู่ระบบ Ticket ทีมสามารถติดตามการสนทนาและสถานะงานได้ในที่เดียว ลดการค้นหาข้อมูลและการส่งต่องานที่ขาดบริบท ลูกค้าจึงมีโอกาสได้รับคำตอบที่ต่อเนื่อง แม้เจ้าหน้าที่ผู้รับเรื่องคนแรกจะไม่อยู่

ทุกเคสมีเจ้าของและมีลำดับความสำคัญ

องค์กรสามารถกำหนดหมวดหมู่เรื่อง กลุ่มผู้รับผิดชอบ และกฎมอบหมายงานให้สอดคล้องกับกระบวนการบริการ เช่น แยกเรื่องการใช้งานออกจากเรื่องเอกสารหรือการเคลม พร้อมกำหนดระยะเวลาตอบกลับและแก้ไขตาม SLA หรือข้อตกลงระดับการให้บริการ โดยเลือกความสามารถให้ตรงกับแพ็กเกจที่ใช้งาน [1]

คำถามซ้ำใช้ความรู้ร่วมกันได้

Knowledge Base และ Customer Portal ช่วยรวบรวมวิธีใช้งาน ขั้นตอนแก้ปัญหา และคำถามที่พบบ่อย ลูกค้าสามารถค้นหาคำตอบได้ด้วยตนเอง ขณะที่เจ้าหน้าที่ใช้ข้อมูลชุดเดียวกันเป็นแนวทางในการตอบ ช่วยลดเวลาพิมพ์ใหม่และลดความแตกต่างของคำตอบระหว่างบุคคล

 

ผลลัพธ์ที่คาดหวังคือทีมมีเวลาสำหรับเคสซับซ้อนมากขึ้น โดยต้องวัดจากงานจริงหลังเริ่มใช้งาน ปริมาณงานที่เพิ่มขึ้นได้ขึ้นอยู่กับประเภทเคส กระบวนการ และการยอมรับระบบของทีม

เริ่มใช้งานอย่างเป็นขั้นตอน พร้อม Go-live ภายใน 4 สัปดาห์

การเริ่มใช้ Freshdesk ให้ได้ผลควรเริ่มจากกระบวนการบริการที่องค์กรต้องการปรับปรุง แล้วเลือกใช้ความสามารถมาตรฐานให้เหมาะกับงาน แนวทางนี้ช่วยลดความซับซ้อนและทำให้ทีมเริ่มใช้ระบบกับเคสจริงได้เร็ว โดยตั้งเป้า Go-live ภายใน 4 สัปดาห์สำหรับโครงการที่มีขอบเขตและความพร้อมเหมาะสม

ทำความเข้าใจงานบริการและเป้าหมายร่วมกัน

จุดเริ่มต้นคือการมองเส้นทางของเรื่องร้องขอจากมุมลูกค้า ตั้งแต่ติดต่อเข้ามา ใครรับเรื่อง ต้องประสานฝ่ายใด และจบงานอย่างไร จากนั้นเลือกปัญหาที่ควรแก้ก่อน เช่น เคสตกหล่น การส่งต่องานล่าช้า หรือการติดตามสถานะที่ใช้เวลามาก เพื่อให้การออกแบบระบบตอบโจทย์การทำงานจริง

ออกแบบวิธีรับเรื่องและความรับผิดชอบให้ชัดเจน

เมื่อเห็นปัญหาแล้ว จึงพิจารณาช่องทางรับเรื่อง ข้อมูลที่จำเป็น หมวดหมู่ และกลุ่มผู้รับผิดชอบ พร้อมกำหนดแนวทางจัดลำดับความเร่งด่วนและมาตรฐานเวลาบริการให้เหมาะกับองค์กร การออกแบบควรช่วยให้เจ้าหน้าที่รู้ว่าจะทำอะไรต่อ และหัวหน้าทีมมองเห็นจุดที่ต้องเข้าช่วยได้

นำกระบวนการมาปรับใช้บน Freshdesk

กระบวนการที่ตกลงร่วมกันจะเป็นแนวทางเลือกการตั้งค่าและกฎอัตโนมัติที่เหมาะสม เช่น การส่งเรื่องให้กลุ่มงาน การแจ้งเตือน และการจัดข้อมูลสำหรับติดตามผล โดยใช้ฟีเจอร์ตามผลิตภัณฑ์และแพ็กเกจที่เลือก เริ่มจากสิ่งจำเป็นต่อการรับงานจริงก่อน แล้วค่อยพิจารณาความสามารถเพิ่มเติมตามประโยชน์และความพร้อม

ตรวจสอบการทำงานและเตรียมผู้ใช้งาน

ก่อนเริ่มรับเคสจริง ควรตรวจสอบว่าสถานการณ์สำคัญดำเนินต่อได้ครบ ตั้งแต่รับเรื่อง ส่งต่อ ตอบกลับ จนถึงปิดเคส พร้อมให้ผู้ใช้งานเข้าใจวิธีทำงานตามบทบาท การเตรียมทีมและวิธีตรวจสอบสามารถปรับให้เหมาะกับประสบการณ์ของผู้ใช้และความซับซ้อนของกระบวนการในแต่ละองค์กร

เริ่มใช้งานและเรียนรู้จากข้อมูลจริง

เมื่อระบบและทีมพร้อม จึงเริ่มรับเรื่องผ่านช่องทางที่เลือกไว้ ข้อมูลการใช้งานจะช่วยให้เห็นว่างานติดขัดตรงไหน คำถามใดเกิดซ้ำ และกฎใดควรปรับ การติดตามผลอย่างต่อเนื่องช่วยให้องค์กรพัฒนางานบริการจากสิ่งที่เกิดขึ้นจริง และวางแผนขยายการใช้งานเมื่อเห็นความเหมาะสม

เหตุผลที่สามารถเริ่มต้นได้ภายใน 4 สัปดาห์

การกำหนดจุดเริ่มต้นให้ชัด ใช้ความสามารถมาตรฐาน และมีผู้รับผิดชอบที่พร้อมตัดสินใจ ช่วยให้โครงการเดินหน้าได้คล่องตัว กรอบ 4 สัปดาห์เป็นเป้าหมายการเริ่มใช้งานตามขอบเขตและความพร้อมที่ประเมินร่วมกัน ลำดับและรายละเอียดของขั้นตอนสามารถปรับให้เหมาะกับองค์กร โดยระบุวันเริ่มและเงื่อนไขในข้อเสนอ

 

หากมีการเชื่อม ERP หรือ CRM เพิ่มช่องทางเฉพาะ ย้ายข้อมูลจำนวนมาก หรือพัฒนาความสามารถเฉพาะ จะต้องประเมินผลต่อแผนเพิ่มเติม ส่วนการเพิ่มประสิทธิภาพของทีมเป็นผลลัพธ์ที่ติดตามหลัง Go-live และพัฒนาต่อจากข้อมูลใช้งานจริง

 

ตัวอย่างการใช้งานสำหรับธุรกิจ B2B

ลองพิจารณาบริษัทผู้จัดจำหน่ายอุปกรณ์ที่มีทีมบริการรับเรื่องจากลูกค้าและตัวแทนจำหน่ายผ่านอีเมลร่วมกัน เรื่องหนึ่งอาจต้องประสานทั้งฝ่ายขาย ฝ่ายเทคนิค และฝ่ายเคลม เมื่อข้อมูลอยู่ในอีเมลส่วนตัว หัวหน้าทีมต้องถามความคืบหน้าทีละคน และลูกค้าอาจต้องอธิบายปัญหาใหม่เมื่อติดต่อกลับ

 

เมื่อเริ่มใช้ Freshdesk อีเมลที่ส่งเข้าช่องทางบริการจะถูกจัดการเป็น Ticket พร้อมบันทึกข้อมูลที่จำเป็น เช่น บริษัทผู้ติดต่อ ประเภทสินค้า และอาการที่แจ้ง กฎที่ตั้งไว้ช่วยส่งเรื่องให้กลุ่มที่เกี่ยวข้อง เจ้าหน้าที่บันทึกผลตรวจสอบและประสานงานภายในเคสเดียวกัน หัวหน้าทีมจึงตรวจสถานะและงานที่ใกล้ครบกำหนดได้สะดวกขึ้น

 

ตัวอย่างนี้เป็นสถานการณ์ประกอบแนวทางการใช้งาน ไม่ใช่ผลลัพธ์จากลูกค้าอ้างอิง การออกแบบจริงต้องพิจารณาว่าข้อมูลใดให้เจ้าหน้าที่กรอก และข้อมูลใดต้องเชื่อมจากระบบอื่น เพื่อไม่ให้การเริ่มต้นติดอยู่กับงาน Integration ที่ยังไม่จำเป็น

เสริม AI ในงานที่พร้อมและตรวจสอบผลได้

เมื่อกระบวนการพื้นฐานเริ่มชัดเจน องค์กรสามารถพิจารณา Freddy AI Copilot เพื่อช่วยร่างคำตอบ สรุปบทสนทนายาว และแนะนำเคสหรือบทความที่เกี่ยวข้อง โดยให้เจ้าหน้าที่ตรวจความถูกต้องก่อนส่ง ส่วน AI Agent สำหรับตอบลูกค้าอัตโนมัติควรเริ่มจากคำถามที่มีข้อมูลอ้างอิงพร้อม และกำหนดวิธีส่งต่อให้คนเมื่อเกินขอบเขต [2]

 

AI เป็นทางเลือกเพิ่มเติมตามแพ็กเกจและค่าใช้จ่ายที่ตกลง การนำ AI Agent มาใช้งานเต็มรูปแบบต้องประเมินคุณภาพฐานความรู้ ภาษา และสถานการณ์ทดสอบ จึงควรยืนยันแผนแยกจากการ Go-live ระบบรับเรื่องพื้นฐาน เพื่อให้แต่ละส่วนมีเกณฑ์ความพร้อมที่ชัดเจน

วัดผลให้เห็นว่าทีมทำงานดีขึ้นอย่างไร

ก่อนเริ่มโครงการ ควรเก็บข้อมูลฐานจากระบบเดิมหรือสุ่มบันทึกงานในช่วงที่เป็นตัวแทนของการทำงานปกติ หลัง Go-live จึงติดตามตัวชี้วัดที่ใช้คำนิยามเดียวกัน ได้แก่ เวลาตอบกลับครั้งแรก ระยะเวลาแก้ไขเคส จำนวนและอายุของเคสค้าง สัดส่วนเคสที่ทำได้ตาม SLA และจำนวนเคสที่ปิดได้ต่อเจ้าหน้าที่ โดยดูประเภทและความซับซ้อนของงานประกอบ

 

การทบทวนผลหลังเริ่มใช้งานช่วยให้ทีมพบกฎมอบหมายงานที่ควรปรับ คำถามที่ควรเพิ่มในฐานความรู้ และจุดติดขัดที่ต้องแก้ข้ามฝ่าย หากใช้คะแนนความพึงพอใจ ควรดูจำนวนผู้ตอบและข้อคิดเห็นร่วมด้วย เพื่อไม่ให้การปิดเคสเร็วกลายเป็นเป้าหมายที่ลดคุณภาพบริการ

 

Go-live ใน 4 สัปดาห์จึงเป็นจุดเริ่มต้นของการทำงานและเก็บข้อมูลจริง ส่วนการเพิ่มกำลังบริการและลดต้นทุนต่อเคสต้องประเมินต่อเนื่องตามผลใช้งาน โดยไม่กำหนดตัวเลขผลตอบแทนที่ยังไม่มีข้อมูลรองรับ

ทำไมต้องเป็น Sundae Solutions

การเลือกทีมวางระบบมีผลต่อทั้งความเร็วในการเริ่มใช้งานและความเหมาะสมของกระบวนการ ซันเด โซลูชันส์มีความเชี่ยวชาญด้านการบูรณาการแอปพลิเคชันธุรกิจ ครอบคลุม CRM และประสบการณ์ลูกค้า ERP ตลอดจนข้อมูลและระบบอัตโนมัติ พร้อมบริการตั้งแต่การให้คำปรึกษา การติดตั้ง และการดูแลการใช้งาน  ความเข้าใจระบบธุรกิจหลายด้านช่วยให้การออกแบบงานบริการคำนึงถึงฝ่ายที่ต้องร่วมแก้ปัญหาให้ลูกค้า

เริ่มจากปัญหาธุรกิจและขอบเขตที่ส่งมอบได้

ซันเดเริ่มจากการทำความเข้าใจปัญหาและเลือกกระบวนการที่สร้างประโยชน์ได้ก่อน พร้อมประเมินแพ็กเกจ Freshdesk ให้เหมาะกับช่องทางและระดับการควบคุมงานที่ต้องการ ลูกค้าจึงมีแนวทางเริ่มต้นที่สอดคล้องกับทีมและงบประมาณ รวมถึงเห็นว่าความต้องการส่วนใดควรทำก่อนหรือขยายในระยะต่อไป

เตรียมคนให้ใช้ระบบกับงานประจำได้

การเตรียมผู้ใช้งานควรเชื่อมกับบทบาทจริงของแต่ละคน เจ้าหน้าที่ต้องเข้าใจการรับและส่งต่อเคส ขณะที่หัวหน้าทีมต้องใช้ข้อมูลเพื่อติดตามงานและช่วยแก้ปัญหา ซันเดให้ความสำคัญกับการเลือกแนวทางเตรียมทีมที่เหมาะกับองค์กร โดยรายละเอียดการถ่ายทอดความรู้และบริการหลังเริ่มใช้งานจะพิจารณาตามขอบเขตที่ตกลงร่วมกัน

วางทางเติบโตให้เชื่อมกับระบบธุรกิจเดิม

เมื่อระบบบริการพื้นฐานเริ่มทำงาน องค์กรสามารถวางแผนเชื่อมข้อมูลลูกค้า สินค้า หรือธุรกรรมจาก CRM และ ERP ในระยะถัดไป ความเชี่ยวชาญด้านการเชื่อมระบบของซันเดช่วยให้ประเมินความเป็นไปได้และลำดับการลงทุนได้ โดยแต่ละการเชื่อมต่อจะต้องสำรวจ API สิทธิ์ข้อมูล และค่าใช้จ่ายก่อนยืนยันขอบเขต

 

สำหรับองค์กรที่ต้องการรวมแชตและโซเชียลหลายช่องทาง ซันเดสามารถประเมิน Freshdesk Omni ให้เหมาะกับความต้องการ โดยความสามารถและช่องทางแตกต่างจาก Freshdesk ที่เน้นงานอีเมล การเลือกผลิตภัณฑ์ให้ถูกตั้งแต่ต้นช่วยให้แผนเริ่มใช้งานสอดคล้องกับงานจริงและงบประมาณ

 

เริ่มต้นด้วยการนำปัญหางานบริการ ตัวอย่างเคส และช่องทางที่ใช้อยู่มาพูดคุยกับที่ปรึกษา Sundae Solutions เพื่อประเมินความพร้อมและจัดทำแผน Freshdesk Go-live ภายใน 4 สัปดาห์สำหรับองค์กรของคุณ พร้อมกำหนดตัวชี้วัดที่จะใช้ติดตามผลหลังเริ่มงานจริง

 

ติดต่อ Sundae Solutions โทร 02 634 8899
LINE OA @SundaeSolutions  |  www.sundae.co.th

 

หมายเหตุ  ขั้นตอนในบทความเป็นแนวทางการทำงาน รายละเอียดบริการและระยะเวลาขึ้นอยู่กับขอบเขต ความพร้อม และข้อเสนอที่ตกลงร่วมกัน ฟีเจอร์ AI ช่องทางเพิ่มเติม และการเชื่อมระบบอาจมีค่าใช้จ่ายเพิ่มเติมตามผลิตภัณฑ์และแพ็กเกจที่เลือก

เริ่มต้นยุคใหม่ของการบริการลูกค้ากับ Sundae

หากคุณกำลังมองหาวิธีที่จะ “จบปัญหาลูกค้าบ่น” และต้องการยกระดับงานบริการลูกค้าของคุณให้เป็นเลิศ Freshdesk คือคำตอบที่คุณกำลังมองหา

 

Sundae Solutions ในฐานะ พันธมิตรผู้เชี่ยวชาญของ Freshworks ในประเทศไทย เราพร้อมที่จะช่วยคุณ:

  • วิเคราะห์ความต้องการและออกแบบโซลูชัน Freshdesk ที่เหมาะสมที่สุดสำหรับธุรกิจของคุณ
  • ติดตั้ง ปรับแต่ง และเชื่อมต่อระบบ Freshdesk กับช่องทางการติดต่อทั้งหมดของคุณ
  • ให้การอบรมและการสนับสนุนหลังการขายโดยทีมงานคนไทย ที่เข้าใจความท้าทายและโอกาสของธุรกิจในประเทศไทย

 

อย่าปล่อยให้การบริการลูกค้าที่ไร้ประสิทธิภาพมาฉุดรั้งการเติบโตของคุณอีกต่อไป ถึงเวลาแล้วที่จะลงทุนในประสบการณ์ที่ดีที่สุดสำหรับทั้งลูกค้าและพนักงานของคุณ

 

พร้อมที่จะสร้างความประทับใจให้ลูกค้าด้วย Freshdesk แล้วหรือยัง?

คลิกที่นี่เพื่อรับคำปรึกษาฟรี และทดลองใช้ Freshdesk ฟรี 14 วัน!https://www.sundae.co.th/solution/crm-and-customer-experience/freshworks/freshdesk/

สอบถามเพิ่มเติมเกี่ยวกับ Freshdesk Omni ได้ที่

บริษัท ซันเด โซลูชันส์ จำกัด

โทร 026348899 อีเมล sales@sundae.co.th

เว็บไซต์ https://www.sundae.co.th/solution/crm-and-customer-experience/freshworks/freshdesk/

ข้อมูลอ้างอิงผลิตภัณฑ์และบริษัท
[1] Freshworks — Freshdesk Plans and Pricing
https://www.freshworks.com/freshdesk/pricing/
[2] Freshworks Support — Getting Started with Freshdesk Omni
https://support.freshdesk.com/support/solutions/articles/50000011785
[3] Sundae Solutions — About Us
https://www.sundae.co.th/about-us

DISPL 2