เปลี่ยน Chat ให้เป็นยอดขายที่ปิดได้จริง: เจาะลึกกลยุทธ์ขับเคลื่อนธุรกิจด้วย AI Chat

เปลี่ยน Chat ให้เป็นยอดขายที่ปิดได้จริง: เจาะลึกกลยุทธ์ขับเคลื่อนธุรกิจด้วย AI Chat

ในยุคดิจิทัลปัจจุบัน พฤติกรรมของผู้บริโภคได้เปลี่ยนแปลงไปอย่างสิ้นเชิง ลูกค้าไม่ต้องการรอคอยการตอบกลับอีเมลเป็นเวลาหลายวัน หรือถือสายรอเจ้าหน้าที่คอลเซ็นเตอร์เป็นเวลานานอีกต่อไป เครื่องมือประเภท Live Chat และ Messaging จึงกลายมาเป็นหัวใจสำคัญในการสื่อสาร แต่ความท้าทายที่แท้จริงของธุรกิจคือ “เราจะเปลี่ยนบทสนทนาบนหน้าแชต (Support/Chat Conversation) ให้กลายเป็นยอดขายที่ปิดได้จริง (Closed Sale) ได้อย่างไร?”

คำตอบคือการทำลายกำแพงที่กั้นระหว่าง ระบบสนับสนุนลูกค้า (Customer Support) และ ระบบบริหารความสัมพันธ์ลูกค้า (CRM) แล้วผสานรวมมันเข้าด้วยกันอย่างราบรื่น ซึ่งในระบบนิเวศของ Freshworks ได้เตรียมโซลูชันที่สมบูรณ์แบบไว้ให้คุณแล้ว ผ่านการทำงานร่วมกันของ Freshchat, Freshsales Suite และขุมพลังอัจฉริยะ Freddy AI

บทความนี้จะพาทุกท่านไปเจาะลึกถึง 5 ขั้นตอนในการเปลี่ยนแชตให้เป็นยอดขาย พร้อมทำความรู้จักกับฟีเจอร์ AI อัจฉริยะที่จะเข้ามาปฏิวัติการทำงานของทีมขายและทีมซัพพอร์ตของคุณ

5 ขั้นตอนสู่ความสำเร็จ: เปลี่ยนบทสนทนาใน Freshchat ให้เป็นยอดขายบนระบบ CRM

การเปลี่ยนผู้เยี่ยมชมเว็บไซต์ (Visitor) ให้กลายเป็นลูกค้าที่ทำรายได้ให้กับบริษัท จำเป็นต้องมีกระบวนการที่ไร้รอยต่อ (Seamless Workflow) ซึ่งสามารถบริหารจัดการได้ดังนี้:

1. เชื่อมโยง Freshchat เข้ากับ Freshsales CRM (Connect Freshchat to Freshsales CRM)

ก้าวแรกที่สำคัญที่สุดคือการทำให้ทีมซัพพอร์ตและทีมขายมองเห็นข้อมูลชุดเดียวกัน การเชื่อมต่อ Freshchat และ Freshsales CRM เข้าด้วยกันจะช่วยให้เกิดประโยชน์ดังนี้:

  • Native Sync: ระบบจะทำการซิงค์ข้อมูลผู้ติดต่อ (Contacts) ประวัติบทสนทนา (Conversation Transcripts) รวมถึงข้อมูลเมทาดาตา (Metadata) จากหน้าแชตเข้าไปยังระบบ CRM โดยอัตโนมัติ
  • Context at a Glance: เมื่อลูกค้าทักแชตเข้ามา ทีมขายหรือตัวแทนผู้ดูแลจะสามารถเหลือบมองประวัติการพูดคุยทั้งหมดได้ทันทีจากหน้าจอ CRM ช่วยลดความน่าหงุดหงิดของลูกค้าที่ไม่จำเป็นต้องเล่าเรื่องเดิมซ้ำ ๆ และช่วยให้ทีมขายสามารถเปิดฉากสนทนาได้อย่างตรงจุดตามบริบท (Contextual) ที่ลูกค้าสนใจ

 

2. คัดกรองลีดและสร้างโอกาสทางการขาย (Qualify the Lead & Create a Deal)

ไม่ใช่ทุกแชตที่ทักเข้ามาจะเป็นลูกค้าที่พร้อมซื้อทันที ดังนั้นระบบที่ดีต้องช่วยคัดกรองความสนใจเพื่อส่งต่อให้ทีมขายได้อย่างแม่นยำ

  • Automated Lead Capture: คุณสามารถตั้งค่าแชตบอตสำหรับรวบรวมข้อมูลพื้นฐาน (เช่น อีเมล, เบอร์โทรศัพท์, ชื่อบริษัท หรือขนาดองค์กร) ได้ทันทีบนหน้าต่างแชต
  • Create a Deal: เมื่อบอตหรือเจ้าหน้าที่วิเคราะห์แล้วว่ารายนี้คือ ‘ลีดที่มีคุณภาพ (Qualified Lead)’ เจ้าหน้าที่สามารถกดแปลงผู้ติดต่อรายนั้นให้กลายเป็น ‘Deal (โอกาสทางการขาย)’ ใน Sales Pipeline ได้ด้วยคลิกเดียว หรือจะตั้งค่าให้ระบบสร้าง Deal อัตโนมัติผ่าน Event-based Triggers พร้อมมอบหมาย (Assign) ให้กับผู้จัดการบัญชีผู้ใช้นั้น ๆ หรือทีมขายที่เหมาะสมในทันที

 

3. ติดตามทุกหมวนหมายสำคัญใน Sales Pipeline (Track Sales Milestones)

เมื่อ Deal ถูกสร้างขึ้นในระบบ Freshsales Suite แล้ว ทีมขายสามารถบริหารจัดการวงจรการขายทั้งหมดผ่านแดชบอร์ดศูนย์กลางที่ปรับแต่งให้เข้ากับกระบวนการทางธุรกิจของคุณ โดยมีด่านตรวจสำคัญ (Deal Stages) ที่นิยมใช้ เช่น:

  • New Lead: ลีดใหม่ที่ถูกส่งต่อมาจาก Freshchat
  • Demo/Meeting Scheduled: ลูกค้าจองเวลาเพื่อขอดูการสาธิตผลิตภัณฑ์หรือเข้าประชุม
  • Sent Proposal: ส่งใบเสนอราคา รายละเอียดแพ็กเกจ หรือเงื่อนไขสัญญาให้ลูกค้าพิจารณา
  • Deal Won: ปิดการขายได้สำเร็จและเปลี่ยนสถานะเป็นรายได้ของบริษัท

 

4. ปิดการขายอย่างมีประสิทธิภาพ (Close the Deal)

ในขั้นตอนนี้ ทีมขายจำเป็นต้องได้รับการสนับสนุนด้วยเครื่องมือที่ช่วยกระตุ้นการตัดสินใจของลูกค้า

  • In-Chat Sales: เราสามารถทริกเกอร์แคมเปญการขายอัตโนมัติระหว่างที่ลูกค้ากำลังแชตอยู่ได้ เช่น การแสดงป๊อปอัปมอบส่วนลดพิเศษ 10% ทันที หรือการยื่นข้อเสนอสิทธิ์นัดหมายพูดคุยกับผู้เชี่ยวชาญ (Discovery Call)
  • Send Quotes & Invoices: ใช้ระบบแคตตาล็อกสินค้าและเครื่องมือสร้างใบเสนอราคาที่ฝังอยู่ในระบบ เพื่อส่งข้อเสนอที่สามารถติดตามสถานะการเปิดอ่าน (Trackable Proposals) ให้แก่ผู้มุ่งหวังได้โดยตรง

 

5. ส่งต่อลูกค้าหลังการขายอัตโนมัติ (Automate Post-Sale Handoffs)

หน้าที่ของทีมไม่ได้จบลงแค่คำว่า ‘Deal Won’ การรักษาความพึงพอใจในระยะยาวคือหัวใจของธุรกิจยุคใหม่

  • Transition Workflows: เมื่อดีลถูกทำเครื่องหมายว่าชนะ (Won) ระบบ CRM จะทริกเกอร์อีเมลต้อนรับ (Welcome Email Sequence) ไปให้ลูกค้าโดยอัตโนมัติ
  • Support Ticket Creation: หากลูกค้าต้องการความช่วยเหลือในการเริ่มใช้งาน (Onboarding) หรือพบปัญหาทางเทคนิคหลังการขาย ทีมงานสามารถแปลงเซสชันแชตจาก Freshchat ให้กลายเป็นตั๋วสนับสนุน (Ticket) ใน Freshdesk หรือ Freshservice ได้ทันที เพื่อให้ทีมหลังบ้านเข้ามาดูแลต่ออย่างเป็นระบบและไม่มีตกหล่น

เจาะลึกขุมพลัง AI ในระบบนิเวศ Freshworks: พลิกโฉมการขายและการบริการด้วย Freddy AI

เพื่อให้กระบวนการทั้ง 5 ขั้นตอนข้างต้นทำงานได้อย่างชาญฉลาดและรวดเร็วยิ่งขึ้น Freshworks ได้ผสานรวมเทคโนโลยี Generative AI และ Predictive AI ภายใต้ชื่อ Freddy AI เข้าไปในทุกส่วนของแพลตฟอร์ม ทั้งใน Freshchat และ Freshsales Suite โดยแบ่งการทำงานออกเป็น 3 รูปแบบหลัก เพื่อตอบโจทย์ผู้ใช้งานทุกกลุ่ม:

🤖 1. Freddy AI Agent: บอตอัจฉริยะที่ทำหน้าที่ “คุยและปิดการขาย” ตลอด 24 ชั่วโมง

Freddy AI Agent คือบอตยุคใหม่ที่ขับเคลื่อนด้วย Generative AI ไม่ใช่บอตแบบเดิมที่ตอบตามคีย์เวิร์ดทื่อ ๆ แต่เป็นบอตที่มี “ความสามารถในการปฏิบัติงาน (Agentic Workflows)” เสมือนเป็นเพื่อนร่วมงานดิจิทัลคนหนึ่งของคุณ

  • Conversational & Contextual Excellence: สามารถเข้าใจความต้องการ (Intent) ของลูกค้าได้อย่างลึกซึ้งผ่านการคุยแบบเป็นธรรมชาติ (Multi-turn Conversations) โดยรองรับภาษาต่าง ๆ มากกว่า 40 ภาษาทั่วโลก รวมถึงสามารถโต้ตอบได้อย่างยืดหยุ่นโดยไม่ต้องยึดติดกับโครงสร้างฟอร์มที่ตายตัว (Formless Conversations)
  • Autonomous Action & Workflow Integration: ไม่เพียงแค่ตอบคำถามจากคลังความรู้ (Knowledge Base) เท่านั้น แต่ Freddy AI Agent ยังสามารถเชื่อมต่อกับระบบภายนอก (เช่น Shopify, Stripe, PayPal) เพื่อตรวจสอบสถานะคำสั่งซื้อ ประมวลผลการคืนเงิน หรืออัปเดตแผนการสมัครสมาชิกได้ด้วยตนเอง
  • Smart Capture & Handoff: ในแง่ของการขาย AI Agent จะทำหน้าที่ดักลีด คัดกรองความสนใจ (Qualify ลีด) จากนั้นระบบจะบันทึกข้อมูลที่เก็บได้ เช่น อีเมลหรือชื่อบริษัท ลงไปยังคุณสมบัติ (Properties) ของ Freshdesk Omni หรือ Freshsales โดยตรง ทำให้เมื่อส่งต่อ (Handoff) ไปยังพนักงานขายที่เป็นมนุษย์ พนักงานจะได้รับข้อมูลบริบทที่ครบถ้วน พร้อมประวัติการคุยที่ถูกสรุปมาให้แล้วอย่างสวยงาม

🦹‍♂️ 2. Freddy AI Copilot: ผู้ช่วยส่วนตัวเคียงข้างพนักงานขายและเจ้าหน้าที่ซัพพอร์ต

เมื่อบทสนทนาถูกส่งต่อมาถึงมนุษย์ Freddy AI Copilot จะทำหน้าที่เป็นที่ปรึกษาและผู้ช่วยส่วนตัวที่คอยสนับสนุนอยู่เบื้องหลังภายในหน้าจอทำงานหลัก (Workspace) เพื่อให้พนักงานทำงานได้เร็วขึ้นและมีประสิทธิภาพสูงสุด โดยไม่ต้องสลับหน้าจอไปมา (Zero Context-Switching)

สำหรับทีมแชตและซัพพอร์ต (Freshchat / Freshdesk)

  • Reply Suggester & Writing Assistant: ปรับปรุงความเร็วในการตอบกลับด้วยการวิเคราะห์บริบทของแชต แล้วแนะนำข้อความตอบกลับที่เหมาะสมให้พนักงานเลือกใช้ในคลิกเดียว นอกจากนี้ยังช่วยปรับเปลี่ยนโทนเสียงของข้อความ (เช่น ปรับให้เป็นทางการขึ้น, ปรับให้อ่อนหวานนุ่มนวลขึ้น) ตรวจสอบความถูกต้องของแกรมม่า และช่วยแปลภาษาแบบเรียลไทม์เพื่อทลายกำแพงทางการสื่อสารกับลูกค้าต่างชาติ
  • Lightning Summarization: เมื่อพนักงานขายต้องรับช่วงต่อจากแชตบอตหรือรับเคสต่อจากเพื่อนร่วมงาน แทนที่จะต้องมานั่งอ่านข้อความย้อนหลังยาวเป็นสิบ ๆ บรรทัด Freddy AI Copilot จะทำการ “สรุปเนื้อหาบทสนทนา (Conversation Summary)” ออกมาเป็นข้อความสั้น ๆ ชัดเจนและตรงประเด็นภายในเสี้ยววินาที ช่วยลดเวลาในการทำความเข้าใจเคสได้อย่างมหาศาล

สำหรับทีมขายบนระบบ CRM (Freshsales Suite)

  • Smart Email Composition: ช่วยร่างอีเมลขายของหรืออีเมลติดตามผล (Follow-up) ที่มีความเฉพาะตัวสูง (Personalized Emails) ตั้งแต่การคิดหัวข้ออีเมล (Subject Line) ไปจนถึงเนื้อหาด้านในที่ดึงดูดใจ ช่วยให้พนักงานขายสามารถรันแคมเปญที่มีอัตราการเปิดอ่านและการตอบกลับที่สูงขึ้น

 

📊 3. Freddy AI Insights: พลังแห่งการคาดการณ์และวิเคราะห์ข้อมูลเพื่อเพิ่มโอกาสชนะ

นี่คือสมองกลฝั่ง Predictive AI ที่จะช่วยให้ผู้บริหารและทีมขายสามารถมองเห็นอนาคตของดีล ทราบถึงความเสี่ยงล่วงหน้า และตัดสินใจบนพื้นฐานของข้อมูลได้อย่างแม่นยำ

  • Predictive Lead & Contact Scoring: ใน Freshsales Suite ระบบ Freddy AI จะนำพฤติกรรมของลูกค้า ข้อมูลประวัติการแชต และข้อมูลการเปิดอีเมล มาวิเคราะห์ร่วมกับข้อมูลสถิติในอดีต เพื่อทำการ “ให้คะแนนลีด (Scoring)” ช่วยให้พนักงานขายรู้ได้ทันทีว่าควรเอาเวลาไปโฟกัสกับดีลไหนก่อน ดีลไหนมีโอกาสปิดการขายได้สูงที่สุด
  • Deal-Specific Insights & Risk Signals: ทำหน้าที่เป็นที่ปรึกษาคอยเตือนพนักงานขาย เช่น แจ้งเตือนสัญญาณความเสี่ยง (Risk Signals) เมื่อพบว่าดีลนั้นไม่มีการเคลื่อนไหวเป็นเวลานาน หรือวิเคราะห์ข้อความในอีเมลของลูกค้าแล้วพบสัญญาณเชิงลบ พร้อมทั้งให้คำแนะนำเกี่ยวกับการดำเนินการขั้นต่อไปที่ดีที่สุด (Next Best Action) เช่น “ควรกดส่งข้อเสนอตัวอย่างให้ลูกค้าพิจารณาเพิ่ม” หรือ “ควรนัดหมายทำ Demo ใหม่”
  • Proactive Performance Insights & Root Cause Analysis: สำหรับผู้บริหารและหัวหน้าทีม Freddy AI Insights จะคอยมอนิเตอร์ภาพรวมของระบบเพื่อตรวจหาจุดผิดปกติ (Anomalies) เช่น หากพบว่าอัตราการปิดยอดขายในสัปดาห์นี้ลดลง หรือเวลาในการตอบกลับแชตช้าลง ระบบจะแจ้งเตือนพร้อมวิเคราะห์สาเหตุที่แท้จริง (Root Cause) มาให้ทันที เพื่อให้คุณสามารถแก้ไขปัญหาได้ก่อนที่จะบานปลาย

 

ตารางเปรียบเทียบ: บทบาทการทำงานของเทคโนโลยีในแต่ละส่วน

เพื่อให้เห็นภาพการทำงานร่วมกันอย่างชัดเจน นี่คือตารางสรุปหน้าที่ของ Freshchat, Freshsales Suite และ Freddy AI ในแต่ละขั้นตอนของ Customer Journey:

ตารางเปรียบเทียบ บทบาทการทำงานของเทคโนโลยีในแต่ละส่วน

สรุป: อนาคตของการขายที่ขับเคลื่อนด้วยแพลตฟอร์มที่เป็นหนึ่งเดียว

การพยายามปิดการขายโดยแยกส่วนงานซัพพอร์ตออกจากงานขาย เป็นวิธีการที่ล้าสมัยและสร้างความล่าช้าให้กับธุรกิจ การเลือกใช้แพลตฟอร์มในระบบนิเวศของ Freshworks อย่าง Freshchat และ Freshsales Suite จะช่วยให้องค์กรของคุณสามารถสร้างสะพานเชื่อมความสัมพันธ์กับลูกค้าได้อย่างสมบูรณ์แบบ ตั้งแต่คำทักทายแรกบนหน้าแชต ไปจนถึงขั้นตอนการลงนามในสัญญาขาย

ยิ่งเมื่อได้รับการเสริมพลังจาก Freddy AI ทั้งในบทบาทของ Agent ที่สแตนด์บายตอบลูกค้า 24 ชั่วโมง, Copilot ที่เป็นเสมือนเลขาส่วนตัวของพนักงาน และ Insights ที่คอยวิเคราะห์ทิศทางและคะแนนความสำเร็จของดีล ผลลัพธ์ที่ธุรกิจของคุณจะได้รับจึงไม่ใช่แค่ความพึงพอใจของลูกค้าที่เพิ่มขึ้น (CSAT) แต่คือ ประสิทธิภาพการทำงานของทีมขายที่สูงขึ้น วงจรการขายที่สั้นลง และยอดขาย (Revenue) ที่เติบโตอย่างก้าวกระโดดและมั่นคง ในโลกธุรกิจยุคดิจิทัลปัจจุบัน

10 คำถาม-คำตอบ เปลี่ยนแชตเป็นยอดขาย” เพื่อให้ผู้อ่านเข้าใจได้ง่ายและรวดเร็ว

คำถาม 1: เป้าหมายหลักของการเชื่อมต่อ Freshchat เข้ากับ CRM คืออะไร?

คำตอบ 1: เป้าหมายหลักคือการทำลายกำแพงระหว่างทีมซัพพอร์ตและทีมขาย เพื่อให้ทั้งสองทีมเห็นข้อมูลชุดเดียวกัน (Unified Workflow) ซึ่งจะช่วยให้การส่งต่อลีดจากหน้าแชตไปยังท่อส่งยอดขาย (Sales Pipeline) ทำได้อย่างไร้รอยต่อและรวดเร็วครับ

คำถาม 2: ประโยชน์สูงสุดที่ลูกค้าจะได้รับจากการทำ “Context at a Glance” คืออะไร?

คำตอบ 2: ประโยชน์สูงสุดคือความพึงพอใจครับ ลูกค้าไม่จำเป็นต้องเล่าเรื่องเดิมซ้ำ ๆ เมื่อถูกส่งต่อจากบอตไปยังพนักงาน หรือจากทีมซัพพอร์ตไปยังทีมขาย เพราะพนักงานสามารถดูประวัติบทสนทนาและบริบททั้งหมดได้ทันทีจากหน้าจอ CRM

คำถาม 3: กระบวนการคัดกรองลีด (Lead Qualification) ใน Freshchat ทำได้อย่างไร?

คำตอบ 3: ทำได้ 2 รูปแบบหลักครับ คือ 1. ใช้ Automated Lead Capture (แชตบอต) สอบถามข้อมูลพื้นฐาน (เช่น อีเมล, เบอร์โทร, ขนาดบริษัท) อัตโนมัติ หรือ 2. ให้เจ้าหน้าที่วิเคราะห์จากบทสนทนาโดยตรง หากพบว่าเป็นลีดที่มีคุณภาพ ก็สามารถกดแปลงเป็น “Deal” ใน CRM ได้ทันที

คำถาม 4: ใน Sales Pipeline บน CRM ดีลที่มาจาก Freshchat มักจะถูกจัดอยู่ในระยะใดบ้าง?

คำตอบ 4: โดยทั่วไปจะเริ่มที่ระยะ “New Lead” (ลีดใหม่จากแชต) จากนั้นทีมขายจะดำเนินการต่อตามลำดับ เช่น นัดหมาย Demo (Meeting Scheduled), ส่งใบเสนอราคา (Sent Proposal), จนกระทั่งปิดการขายสำเร็จ (Deal Won) ครับ

คำถาม 5: “In-Chat Sales” คือฟีเจอร์ที่ช่วยเพิ่มยอดขายระหว่างสนทนาได้อย่างไร?

คำตอบ 5: เป็นการเปิดโอกาสให้ทีมขายสามารถยื่นข้อเสนอที่ตรงจุดในจังหวะที่ลูกค้ากำลังมีความสนใจสูงสุด เช่น การตั้งค่าให้บอตส่ง ป๊อปอัปส่วนลดพิเศษ 10% ทันทีหากลูกค้าสอบถามราคา หรือการยื่นข้อเสนอจองเวลา discovery call ได้โดยตรงในหน้าต่างแชต

คำถาม 6: Freddy AI Agent แตกต่างจากแชตบอตทั่วไปอย่างไร?

คำตอบ 6: Freddy AI Agent ขับเคลื่อนด้วย Generative AI ทำให้สามารถเข้าใจเจตนา (Intent) และโต้ตอบแบบเป็นธรรมชาติได้มากกว่าคีย์เวิร์ดทื่อ ๆ ที่สำคัญคือมี ความสามารถในการปฏิบัติงาน (Agentic Workflows) เช่น การเชื่อมต่อระบบภายนอกเพื่อตรวจสอบสถานะคำสั่งซื้อ หรืออัปเดตแผนสมัครสมาชิกได้ด้วยตนเองโดยไม่ต้องรอพนักงาน

คำถาม 7: Freddy AI Copilot ทำหน้าที่เป็น “ผู้ช่วยส่วนตัว” ให้พนักงานอย่างไรใน Freshsales Suite?

คำตอบ 7: สำหรับพนักงานขาย AI Copilot จะช่วยงานด้านงานเอกสารและการสื่อสารให้เร็วขึ้น เช่น ช่วยร่างอีเมลขายที่เฉพาะตัว (Smart Email Composition), ช่วยคิดหัวข้ออีเมลที่ดึงดูดใจ และช่วยสรุปบทสนทนายาว ๆ จากหน้าแชตก่อนส่งต่อเคสครับ

คำถาม 8: “Predictive Lead Scoring” ใน Freddy AI Insights ใช้ข้อมูลอะไรในการประเมินคะแนน?

คำตอบ 8: ระบบจะนำข้อมูลพฤติกรรมของลูกค้าทั้งหมดมาวิเคราะห์ร่วมกับสถิติในอดีตครับ เช่น ประวัติการแชต, ข้อมูลการเปิดอีเมล, การเข้าชมเว็บไซต์ เพื่อนำมาให้คะแนนลีด ช่วยให้พนักงานขายรู้ว่าดีลไหนมีโอกาสปิดการขายสูงสุดและควรโฟกัสก่อน

คำถาม 9: ในแง่ของผู้บริหาร Freddy AI Insights ช่วยในการตัดสินใจได้อย่างไร?

คำตอบ 9: AI Insights ช่วยให้มองเห็นภาพรวมและแนวโน้มล่วงหน้าครับ โดยจะแจ้งเตือนสัญญาณความเสี่ยง (Risk Signals) เมื่อดีลไม่มีความเคลื่อนไหว หรือหากพบจุดผิดปกติในประสิทธิภาพทีม (Anomalies) ระบบจะแจ้งเตือนพร้อมวิเคราะห์สาเหตุที่แท้จริง (Root Cause Analysis) มาให้ทันที

คำถาม 10: หลังจากปิดการขายได้สำเร็จ (Deal Won) ระบบ Freshworks ช่วยในการส่งต่อลูกค้าอย่างไร?

คำตอบ 10: ระบบ CRM จะทำการส่งต่ออัตโนมัติ (Automated Handoff) เช่น ทริกเกอร์อีเมลต้อนรับ หรือหากลูกค้าต้องการความช่วยเหลือหลังการขาย ทีมงานสามารถ แปลงเซสชัน Freshchat ให้เป็นตั๋ว (Ticket) ใน Freshdesk หรือ Freshservice ได้ทันทีเพื่อให้ทีมหลังบ้านเข้ามาดูแลต่ออย่างเป็นระบบครับ

 

สอบถามเพิ่มเติมเกี่ยวกับ Freshchat, Freshsales  กับ Freddy AI ติดต่อได้ที่:

Sundae Solutions Co., Ltd.

T| +6626348899  E| sales@sundae.co.th

W| https://www.sundae.co.th/solution/crm-and-customer-experience/freshworks/

DISPL 2